Railway-Thailand

เรื่องราวรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นต้องย้อนกลับไปประมาณ 160 ปีก่อนในสมัยปี พ.ศ.2398 เป็นการมาถึงของอัคราชทูตจากประเทศอังกฤษ เซอร์ จอห์น เบาริง  ที่เดินทางมาขอเจรจารเรื่องสนธิสัญญาฉบับใหม่ พร้อมกับนำเครื่องราชบรรณาการเข้าถวาย ซึ่งเป็นของที่พระนางวิคเตอเรียได้ทรงจัดหามาเพื่อถวายแด่รัชกาลที่ 4 ซึ่งในบรรดาสิ่งของที่ถูกจัดเตรียมมานั้นประกอบไปด้วยรถไฟจำลองขนาดเล็กที่ย่อส่วนมาจากของจริงทุกประการ และมีการแนะนำถึงแนวคิดในการก่อตั้งการรถไฟแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งจะเป็นผลดีกับประเทศที่กำลังเจริญเติบโตอย่างมาก แต่ด้วยเศรษฐกิจในตอนนั้นยังไม่ทรงตัว เจ้าหน้าที่และบุคลากรที่จำเป็นมีไม่เพียงพอโครงการจึงไม่ถือกำเนิดขึ้นใน ณ เวลานั้น

เมื่อเข้าสู่รัชสมัยรัชกาลที่ 5 ก็ทรงเป็นห่วงถึงการระบบคมนาคมในปัจจุบันที่ยังคงใช้เกวียนในการขนถ่ายสินค้าข้ามจังหวัด นอกจากจะด้อยประสิทธิภาพแล้ว ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างมากมายที่เป็นปัญหา และเป็นผลต่อการเจริญของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่อาณานิคมของพวกฝรั่งนั้นขยายเข้ามาใกล้เรื่อยทุกวัน ร.5 จึงทรงศึกษางานแนวคิดต่าง ๆ เกี่ยวกับประโยชน์ระบบคมนาคมสมัยใหม่ ที่ใช้รถจักรไอน้ำในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เหมือนกับในประเทศเพื่อนบ้าน

จากนั้นจึงสั่งให้ซอร์แอนดรู คลาก เป็นผู้ดูแลในการสำรวจเส้นทางสำหรับสร้างรางรถไฟสายแรกจากจังหวัด กรุงเทพมหานคร – เชียงใหม่ แล้วสามารถแยกไปยังจังหวัดอื่น ๆ ข้างเคียงได้อย่าง สระบุรี – นครราชสีมา และจาก อุตรดิตถ์ – ท่ามะเดื่อ จนแล้วในที่สุดในปี พ.ศ.2433 กรมรถไฟ ก็ถือกำเนิดขึ้นภายใต้กระทรวงโยธาธิการ โดยได้รับการสนับสนุนจากชาวเยอรมัน นาย เค เบ็ทเก ในการบริหารงาน และได้เริ่มมีการเปิดประมูลเส้นทางรถไฟสายแรกแห่งประเทศไทยขึ้นโดย โดยบริษัทอังกฤษได้ประมูลไปในราคาเกือบสิบล้านบาท

หลังจากนั้นรางรถไฟสายแรกก็ทำเสร็จไปแล้วในบางส่วน และสามารถนำรถจักรไอน้ำวิ่งได้ในบางเส้นทาง ทำให้เห็นสมควรว่าเป็นวันที่ดีและเหมาะสมแล้วในการเปิดตัวการเดินรถไฟครั้งแรกของประเทศไทย โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงเสด็จพระราช ในวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2439 และนับจากวันนี้เป็นต้นมา ก็กลายเป็นวันสถาปนากิจการรถไฟ โดยเส้นทางแรกที่ประชาชนสามารถเดินทางได้นั้นคือ กรุงเทพ ไป อยุธยา ด้วยระยะทางยาวกว่า 70 กิโลเมตร ในแต่ละวันจะวิ่งแค่ 4 ขบวน และมีสถานีเสร็จทั้งสิ้น 9 แห่ง และต่อมาเมื่อเข้ารัชกาลที่ 6 จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อกรมเดิมจากกรมรถไฟ ให้เป็นชื่อใหม่ว่า กรมรถไฟหลวง และในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2494 จึงเปลี่ยนเป็นการรถไฟแห่งประเทศไทยจากการเปลี่ยนการดำเนินงานเป็นรัฐวิสาหกิจ